สนใจอาชีพเลี้ยงกบเชิญทางนี้ แจกขั้นตอนการเลี้ยง การลงทุน ตั้งแต่เริ่มต้น จนจับขาย

สนใจอาชีพเลี้ยงกบเชิญทางนี้ แจกขั้นตอนการเลี้ยง การลงทุน ตั้งแต่เริ่มต้น จนจับขาย

การเลี้ยงแพะ ใช้พื้นที่น้อย ขายได้ทุกส่วน

สวัสดีพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน เกษตรอีสานมื้อนี้มาอีกแล้ว มื้อนี้มาพร้อมหัวข้อ การเลี้ยงแพะ สัตว์เลี้ยงที่ได้ผลผลิตหลายอย่าง การเลี้ยงแพะขายได้ทั้งเนื้อ นม หนัง และขน แต่การเลี้ยงแพะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลบางอย่างทำให้ผลผลิตได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น อีสานร้อยแปดก็เลยนำข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ มาแบ่งปันให้พี่น้องได้นำไปปรับใช้ดูค่ะ
การเลี้ยงแพะเพื่อขายนม หนัง เนื้อ
การเลี้ยงแพะเพื่อขายนม หนัง เนื้อ

การเลี้ยงแพะ สำหรับมือใหม่ ไม่ยากอย่างที่คิด

แพะ สัตว์ที่หลายคนคิดว่ากลิ่นเหม็นสาบ สกปรก ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง ใครจะคิดบ้างว่า แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เลี้ยงทดแทนโค – กระบือ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย ข้อดี-ข้อเสียของการเลี้ยงแพะมีดังนี้

  • เลี้ยงแพะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเลี้ยงวัว
  • แพะหากินเก่ง และกินใบไม้ได้หลายชนิด
  • แพะทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
  • แพะมีขนาดตัวเล็ก ใช้พื้นที่น้อย จัดการง่าย
  • แพะให้ผลผลิตได้ทั้งเนื้อ นม หนังและขน
การเลี้ยงแพะแบบต่าง ๆ
การเลี้ยงแพะแบบต่าง ๆ

สายพันธุ์แพะ

สำหรับพันธุ์ของแพะที่นิยมนำมาเลี้ยงมีหลายประเภท แต่สายพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์วิจัยและปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงได้ในประเทศไทย มี 7 พันธุ์ดังนี้

  • แพะพันธุ์พื้นเมือง แพะพันธุ์พื้นเมืองในภาคใต้ มีสีหลากหลาย ส่วนใหญ่พบว่ามีสีดำ น้ำตาล หรือน้ำตาลสลับดำ แพะโตเต็มที่เพศเมียนมีความสูงตรงปุ่มหน้าขาประมาณ 48.5 ซม. มีน้ำหนักตัวประมาณ 12.8 – 16.4 กก. แพะพันธุ์พื้นเมืองไทยมีลักษณะคล้ายกับแพะพันธุ์กัตจัง (Kambing Katjang) พันธุ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย
  • แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน (Anglonubian) เป็นแพะที่ให้ทั้งเนื้อและนม มีหลายสี ทั้งสีเดียวในตัวและสีด่างปัน สันจมูกเป็นเส้นโค้ง ใบหูยาวปรกลง นำเข้ามาเลี้ยงและขยายพันธุ์ในไทยกว่า 20 ปี
  • แพะพันธุ์บอร์ (Boer) เป็นแพะพันธุ์เนื้อขนาดใหญ่ จากประเทศแอฟริกาใต้ มีลำตัวสีขาว หัวและคอจะมีสีแดง ใบหูยาวปรก นำเข้ามาเมื่อปลายปี 2539
  • แพะพันธุ์ซาเนน (Saanen) เป็นแพะพันธุ์นม สีขาวทั้งตัว หูใบเล็กตั้ง หน้าตรง
  • แพะพันธุ์หลาวซาน (Laoshan) เป็นแพะพันธุ์นม จากประเทศจีน มีลักษณะคล้ายพันธุ์ซาเนน
  • แพะพันธุ์อัลไพน์ (Alpine) เป็นแพะพันธุ์นม สีน้ำตาลหรือดำ ใบหูเล็กตั้ง หน้าตรง มีแถบสีข้างแก้ม
  • แพะพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก (Toggenburg) เป็นแพะพันธุ์นม ลำตัวสีช็อกโกแบต ใบหูตั้ง หน้าตรง มีแถบสีขาวข้างแก้ม
แพะพันธุ์กัตจัง Kambing Katjang
แพะพันธุ์กัตจัง Kambing Katjang
แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน Anglonubian
แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน Anglonubian
แพะพันธุ์บอร์ Boer
แพะพันธุ์บอร์ Boer
แพะพันธุ์ซาเนน Saanen
แพะพันธุ์ซาเนน Saanen
แพะพันธุ์หลาวซาน Laoshan
แพะพันธุ์หลาวซาน Laoshan
แพะพันธุ์อัลไพน์ Alpine
แพะพันธุ์อัลไพน์ Alpine
แพะพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก Toggenburg
แพะพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก Toggenburg

การเลี้ยงแพะและสถานที่เลี้ยงแพะ

  • การเลี้ยงแบบผูกล่าม เพื่อให้แพะหาหญ้ากินรอบบริเวณที่ผูก โดยผู้เลี้ยงต้องมีน้ำ และแร่ธาตุให้แพะกินเวลากลางคืน
  • การเลี้ยงแบบปล่อย เป็นการเลี้ยงที่ประหยัดงบประมาณ เพราะเป็นการปล่อยให้แพะออกหากินเองประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรปล่อยในเวลาที่ฝนตกหรือแดดร้อนจัด เพราะแพะอาจเจ็บป่วยได้
  • การเลี้ยงแบบขังคอก การเลี้ยงแบบนี้จะขังแพะไว้ในคอก ซึ่งจะมีแปลงหญ้าเพื่อให้แพะได้กิน บางครั้งต้องตักหญ้าให้แพะกินบ้าง ในคอกควรมีน้ำและอาหารข้น ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้จะใช้เงินลงทุนสูง
  • การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช คือ การปลูกพืชปะปนไปกับการเลี้ยงแพะ อาทิ ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน และปลูกมะพร้าว ในภาคใต้ของไทย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับการทำสวนยางจำนวนมาก
การเลี้ยงแบบผูกล่าม
การเลี้ยงแบบผูกล่าม
การเลี้ยงแพะแบบปล่อย
การเลี้ยงแพะแบบปล่อย
การเลี้ยงแพะแบบขังคอก
การเลี้ยงแพะแบบขังคอก
การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช
การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช

โรงเรือนเลี้ยงแพะ

  • พื้นที่ตั้งคอกควรสูงกว่าพื้นดินประมาณ 1-2 เมตร และมีบันไดทางขึ้นคอกทำมุม 45 องศา
  • พื้นคอกควรทำเป็นร่องเว้นระยะห่าง 1.5 เซนติเมตร เพื่อให้มูลหรือปัสสาวะของแพะร่วงลงมายังพื้นด้านล่าง จะได้ทำให้พื้นคอกแห้งและมีความสะอาดตลอดเวลา
  • ผนังคอกควรสร้างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และใช้ความสูงประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกัน ไม่ให้แพะกระโดดข้าม
  • สำหรับหลังคาโรงเรือน สามารถสร้างได้หลายแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศหรือต้นทุนในการสร้าง แต่ควรให้หลังคาโรงเรือนสูงจากคอกประมาณ 2 เมตร
  • พื้นที่ในการเลี้ยงแพะ แพะแต่ละตัวต้องการพื้นที่ส่วนตัวละ1-2 ตารางเมตร หรือแล้วแต่ขนาดตัวของแพะ สามารถแบ่งคอกในโรงเรือนได้ตามการใช้งานต่างๆอาทิ คอกแม่แพะอุ้มท้อง, คอกสำหรับคลอดลูกแพะ, คอกสำหรับลูกแพะ และที่สำคัญคือ รั้วคอกแพะควรสร้างด้วยไม้ไผ่หรือลวดตาข่าย ไม่ควรใช้รั้วลวดหนาม เพราะจะทำให้แพะพลาดไปโดนได้
%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%b0
โรงเรือนเลี้ยงแพะ ยกสูง
โรงเรือนเลี้ยงแพะ ยกสูง
รางให้อาหารแพะ
รางให้อาหารแพะ

อาหารสำหรับเลี้ยงแพะ

  • หญ้า เช่น หญ้าเนเปียร์ หญ้าแพงโกล่า เป็นต้น
  • พืชตระกูลถั่ว เช่น ฮามาต้า คาวาเคต กระถิน เป็นต้น
  • ไม้พุ่ม เช่น ใบพุทรา ใบปอสา ใบมะขามเทศ เป็นต้น
  • อาหารสำเร็จรูป
อาหารสำหรับเลี้ยงแพะ
อาหารสำหรับเลี้ยงแพะ
มาถึงตรงนี้ คงจะทราบกันแล้วว่า การเลี้ยงแพะก็ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป แต่ต้องใส่ใจดูแลในเรื่องของความสะอาดและอาหารการกินหน่อย เพราะแพะค่อนข้างเป็นสัตว์ที่ชอบความสะอาด หากดูแลรักษาอย่างดี รับรองว่าแพะจะแข็งแรงและไม่เป็นโรค แถมยังมีผลผลิตเป็นของตอบแทนให้พี่น้องได้ชื่นใจกันอีกด้วย  ทั้งหมดนี้อีสานร้อยแปดก็หวังว่าบทความเรื่อง การเลี้ยงแพะ จะเป็นประโยชน์ และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ

การเลี้ยงกบ คู่มือการเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝากทุกๆ คนที่สนใจทำ ฟาร์มกบ และกำลังศึกษาข้อมูลการเลี้ยง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเลี้ยงกบ


  • ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน
  • มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด
  • มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน
พันธุ์กบ
พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด
รูปแบบการเลี้ยง
  • การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
  • การเลี้ยงในบ่อดิน
  • การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง)
ระยะเวลาในการเลี้ยง
  • ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม
รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต
  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด
  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ
  • การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ
สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ
  1. ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล
  2. อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง
  3. เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
  4. ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน
  5. อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ
  6. สะดวกในการจับ

วิธีการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ ควบคุมโรค รวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ
บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน เช่น บ่อสำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์ และแม่พัยธุ์ ซึ่งจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยทั่วไปแล้วบ่อกบจะเป็นบ่ออเนกประสงค์ คือ ใช้สำหรับผสมพันธุ์ อนุบาลลูกอ๊อด อนุบาลลูกกบ และเลี้ยงกบขุนหรือกบเนื้อในบ่อเดียวกัน แต่ต้องมีจำนวนบ่อหลายบ่อเพื่อให้กบอาศัยเมื่อกบมีขนาดใหญ่ขึ้น
บ่อซีเมนต์ มีหลายรูปแบบ เช่น ปูกระเบื้อง ซึ่งทำความสะอาดง่ายหรือทาสีบ่อให้กบมีสีเหลือง ทั้งนี้ สีของกบจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่อยู่
ขนาดบ่อที่ใช้สำหรับผสมพันธุ์กบจนถึงใช้เลี้ยงเป็นกบขุน มีหลายขนาด เช่น 3×4 , 3.2×4, 3.5×4, 4.5×4 4×6 เมตร สูง 1.2 เมตร เป็นต้น แต่ขนาดบ่อที่ง่ายต่อการจัดการคือ 3×4 เมตร
บ่อเลี้ยงจะมีการเทคานก่อนและใช้อิฐบล็อค 5 ก้อน ก่อเป็นผนัง มีประตูไม้ยกขึ้นลงเป็นทางเข้าออกบ่อ พื้นบ่มีการเทปูนหนาพอสมควรเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ด้านในของบ่อทั้ง 4 ด้าน จะฉาบผิวสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จากพื้นบ่อเพื่อป้องกันน้ำซึมและกบเป็นแผลจากการกระโดด
บ่อที่จะใช้ผสมพันธุ์ และอนุบาลลูกอ๊อดด้วยนั้น มักจะสร้างโดยมีเกาะตรงกลาง ซึ่งสูงประมาณ 1 คืบ และมีน้ำล้อมรอบด้านข้างทั้ง 4 ด้าน พื้นบ่อในส่วนที่มีน้ำล้อมรอบจะลาดเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสะดวกในการถ่ายเทน้ำ มีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยมีท่อพลาสติกสวมตรงรูระบายน้ำหรือมีตะแกรงครอบตรงรูระบายน้ำ มีการฝังท่อจากรูระบายน้ำไปยังด้านข้างของบ่อ เพื่อระบายน้ำทิ้ง และนำท่อพลาสติกงอมาสวมท่อที่ยื่นออกมา แล้วใช้ท่อพลาสติกตรงมีต่ออีกครั้งหนึ่ง
บางพื้นที่บ่อกบที่ใช้ผสมพันธุ์ อนุบาล หรือเลี้ยงเป็นกบขุน พื้นที่บ่อจะเรียบและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง มีการปูกระเบื้องและท่อระบายน้ำจะอยู่ตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยที่ลูกอ๊อดหางหดจะลดน้ำลงและหาวัสดุที่ให้ลูกอ๊อดขึ้นไปอยู่ เช่นโฟม แผ่นพลาสติก ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว เป็นต้น หรืออาจจะช้อนคัดลูกกบที่ขึ้นแพ แล้วไปเลี้ยงในบ่ออื่นที่เตรียมไว้สำหรับอนุบาลลูกกบเพื่อให้ได้กบที่มีอายุใกล้เคียงกัน
บ่อกบ ควรตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีประโยชน์คือ สามารถเลี้ยงกบได้ตั้งแต่ผสมพันธุ์จนถึงอนุบาลลูกอ๊อด ตลอดจนเป็นกบเนื้อ หากสร้างบ่อในที่ร่ม กบจะไม่สามารถฟักไข่หรือเลี้ยงลูกอ๊อดได้เนื่องจากในช่วงนั้นกบต้องการอุณหภูมิสูง นอกจากนี้แล้วจะทำให้กับกินอาหารได้ดี แข็งแรง โอกาสการเกิดโรคน้อย
มีการเดินท่อพีวีซี ไปยังบ่อทุกบ่อเพื่อเติมน้ำในขณะที่เปลี่ยนน้ำออกจากบ่อ
ต้องมีแสลนทำเป็นหลังคาเพื่อกรองแสงแดด โดยทั่วไปจะใช้สีเขียว นอกจากนี้อาจมีตาข่ายเพื่อป้องกันนก ศัตรูที่จะเข้ามากินกบ

น้ำสำหรับการเลี้ยงกบ

  • ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความเป็นกรดด่างของน้ำ ความกระด้าง อัลคาไลนิตี้ ปริมาณแอมโมเนีย แร่ธาตุในน้ำ ฯลฯ ว่าเหมาะสมหรือไม่
  • หากน้ำที่ใช้เป็นกรด จะต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับคุณภาพน้ำและตรวจวัดความเป็นกรดด่างของน้ำอีกครั้ง และมีการพักน้ำดังกล่าวไว้ก่อนนำมาเลี้ยง
  • น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะซึ่งคุณภาพของน้ำมักจะไม่สม่ำเสมอหรือมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ดังนั้นควรพิจารณาก่อนนำน้ำมาใช้ ถ้าจะนำมาใช้ควรมีบ่อพักกักเก็บน้ำไว้ก่อน
  • หากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลควรผ่านการกรองและพักน้ำก่อนนำไปใช้
ลักษณะกบตัวผู้และตัวเมีย
  • กบตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีถุงสีดำใต้คาง สีสันบนตัวจะเหลืองกว่าตัวเมีย ตัวเมียที่ไข่แก่ท้องจะโป่งนูนชัดเจน
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
  • ควรเป็นกบที่มีตัวเหลือง ท้องขาว ตัวใหญ่่
  • คัดจากกบขุนหรือฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ
  • พ่อและแม่พันธุ์กบไม่ควรมาจากแหล่งเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาเลือดชิดซึ่งลูกกบจะไม่แข็งแรง และแตกไซส์
ลักษณะพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์
  • แม่พันธุ์อายุ 8 เดือนขึ้นไปก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่ถ้าให้ไข่เจริญเต็มที่สมบูรณ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 300 กรัมขึ้นไป
  • พ่อพันธุ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป น้ำหนัก 200-250 กรัมขึ้นไป จะต้องคึก ดูได้จากเมื่อสอดนิ้วมือเข้าระหว่างขาหน้าสองข้าง พ่อพันธุ์จะรัดแน่น
Designed with by Way2themes | Distributed by Blogspot Themes