สนใจอาชีพเลี้ยงกบเชิญทางนี้ แจกขั้นตอนการเลี้ยง การลงทุน ตั้งแต่เริ่มต้น จนจับขาย
กุมภาพันธ์ 21, 2562
Unlabelled
การเลี้ยงแพะ ใช้พื้นที่น้อย ขายได้ทุกส่วน
กุมภาพันธ์ 21, 2562
Unlabelled
สวัสดีพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน เกษตรอีสานมื้อนี้มาอีกแล้ว มื้อนี้มาพร้อมหัวข้อ การเลี้ยงแพะ สัตว์เลี้ยงที่ได้ผลผลิตหลายอย่าง การเลี้ยงแพะขายได้ทั้งเนื้อ นม หนัง และขน แต่การเลี้ยงแพะในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลบางอย่างทำให้ผลผลิตได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น อีสานร้อยแปดก็เลยนำข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ มาแบ่งปันให้พี่น้องได้นำไปปรับใช้ดูค่ะ
การเลี้ยงแพะ สำหรับมือใหม่ ไม่ยากอย่างที่คิด
แพะ สัตว์ที่หลายคนคิดว่ากลิ่นเหม็นสาบ สกปรก ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง ใครจะคิดบ้างว่า แพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้เลี้ยงทดแทนโค – กระบือ และยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอีกด้วย ข้อดี-ข้อเสียของการเลี้ยงแพะมีดังนี้
- เลี้ยงแพะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเลี้ยงวัว
- แพะหากินเก่ง และกินใบไม้ได้หลายชนิด
- แพะทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
- แพะมีขนาดตัวเล็ก ใช้พื้นที่น้อย จัดการง่าย
- แพะให้ผลผลิตได้ทั้งเนื้อ นม หนังและขน
สายพันธุ์แพะ
สำหรับพันธุ์ของแพะที่นิยมนำมาเลี้ยงมีหลายประเภท แต่สายพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์วิจัยและปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงได้ในประเทศไทย มี 7 พันธุ์ดังนี้
- แพะพันธุ์พื้นเมือง แพะพันธุ์พื้นเมืองในภาคใต้ มีสีหลากหลาย ส่วนใหญ่พบว่ามีสีดำ น้ำตาล หรือน้ำตาลสลับดำ แพะโตเต็มที่เพศเมียนมีความสูงตรงปุ่มหน้าขาประมาณ 48.5 ซม. มีน้ำหนักตัวประมาณ 12.8 – 16.4 กก. แพะพันธุ์พื้นเมืองไทยมีลักษณะคล้ายกับแพะพันธุ์กัตจัง (Kambing Katjang) พันธุ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย
- แพะพันธุ์แองโกลนูเบียน (Anglonubian) เป็นแพะที่ให้ทั้งเนื้อและนม มีหลายสี ทั้งสีเดียวในตัวและสีด่างปัน สันจมูกเป็นเส้นโค้ง ใบหูยาวปรกลง นำเข้ามาเลี้ยงและขยายพันธุ์ในไทยกว่า 20 ปี
- แพะพันธุ์บอร์ (Boer) เป็นแพะพันธุ์เนื้อขนาดใหญ่ จากประเทศแอฟริกาใต้ มีลำตัวสีขาว หัวและคอจะมีสีแดง ใบหูยาวปรก นำเข้ามาเมื่อปลายปี 2539
- แพะพันธุ์ซาเนน (Saanen) เป็นแพะพันธุ์นม สีขาวทั้งตัว หูใบเล็กตั้ง หน้าตรง
- แพะพันธุ์หลาวซาน (Laoshan) เป็นแพะพันธุ์นม จากประเทศจีน มีลักษณะคล้ายพันธุ์ซาเนน
- แพะพันธุ์อัลไพน์ (Alpine) เป็นแพะพันธุ์นม สีน้ำตาลหรือดำ ใบหูเล็กตั้ง หน้าตรง มีแถบสีข้างแก้ม
- แพะพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก (Toggenburg) เป็นแพะพันธุ์นม ลำตัวสีช็อกโกแบต ใบหูตั้ง หน้าตรง มีแถบสีขาวข้างแก้ม
การเลี้ยงแพะและสถานที่เลี้ยงแพะ
- การเลี้ยงแบบผูกล่าม เพื่อให้แพะหาหญ้ากินรอบบริเวณที่ผูก โดยผู้เลี้ยงต้องมีน้ำ และแร่ธาตุให้แพะกินเวลากลางคืน
- การเลี้ยงแบบปล่อย เป็นการเลี้ยงที่ประหยัดงบประมาณ เพราะเป็นการปล่อยให้แพะออกหากินเองประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรปล่อยในเวลาที่ฝนตกหรือแดดร้อนจัด เพราะแพะอาจเจ็บป่วยได้
- การเลี้ยงแบบขังคอก การเลี้ยงแบบนี้จะขังแพะไว้ในคอก ซึ่งจะมีแปลงหญ้าเพื่อให้แพะได้กิน บางครั้งต้องตักหญ้าให้แพะกินบ้าง ในคอกควรมีน้ำและอาหารข้น ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้จะใช้เงินลงทุนสูง
- การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช คือ การปลูกพืชปะปนไปกับการเลี้ยงแพะ อาทิ ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน และปลูกมะพร้าว ในภาคใต้ของไทย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับการทำสวนยางจำนวนมาก
โรงเรือนเลี้ยงแพะ
- พื้นที่ตั้งคอกควรสูงกว่าพื้นดินประมาณ 1-2 เมตร และมีบันไดทางขึ้นคอกทำมุม 45 องศา
- พื้นคอกควรทำเป็นร่องเว้นระยะห่าง 1.5 เซนติเมตร เพื่อให้มูลหรือปัสสาวะของแพะร่วงลงมายังพื้นด้านล่าง จะได้ทำให้พื้นคอกแห้งและมีความสะอาดตลอดเวลา
- ผนังคอกควรสร้างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และใช้ความสูงประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกัน ไม่ให้แพะกระโดดข้าม
- สำหรับหลังคาโรงเรือน สามารถสร้างได้หลายแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศหรือต้นทุนในการสร้าง แต่ควรให้หลังคาโรงเรือนสูงจากคอกประมาณ 2 เมตร
- พื้นที่ในการเลี้ยงแพะ แพะแต่ละตัวต้องการพื้นที่ส่วนตัวละ1-2 ตารางเมตร หรือแล้วแต่ขนาดตัวของแพะ สามารถแบ่งคอกในโรงเรือนได้ตามการใช้งานต่างๆอาทิ คอกแม่แพะอุ้มท้อง, คอกสำหรับคลอดลูกแพะ, คอกสำหรับลูกแพะ และที่สำคัญคือ รั้วคอกแพะควรสร้างด้วยไม้ไผ่หรือลวดตาข่าย ไม่ควรใช้รั้วลวดหนาม เพราะจะทำให้แพะพลาดไปโดนได้
อาหารสำหรับเลี้ยงแพะ
- หญ้า เช่น หญ้าเนเปียร์ หญ้าแพงโกล่า เป็นต้น
- พืชตระกูลถั่ว เช่น ฮามาต้า คาวาเคต กระถิน เป็นต้น
- ไม้พุ่ม เช่น ใบพุทรา ใบปอสา ใบมะขามเทศ เป็นต้น
- อาหารสำเร็จรูป
มาถึงตรงนี้ คงจะทราบกันแล้วว่า การเลี้ยงแพะก็ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป แต่ต้องใส่ใจดูแลในเรื่องของความสะอาดและอาหารการกินหน่อย เพราะแพะค่อนข้างเป็นสัตว์ที่ชอบความสะอาด หากดูแลรักษาอย่างดี รับรองว่าแพะจะแข็งแรงและไม่เป็นโรค แถมยังมีผลผลิตเป็นของตอบแทนให้พี่น้องได้ชื่นใจกันอีกด้วย ทั้งหมดนี้อีสานร้อยแปดก็หวังว่าบทความเรื่อง การเลี้ยงแพะ จะเป็นประโยชน์ และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ
- การเลี้ยงแพะ โดย กรมปศุสัตว์
การเลี้ยงกบ คู่มือการเลี้ยงกบ
กุมภาพันธ์ 21, 2562
Unlabelled
การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝากทุกๆ คนที่สนใจทำ ฟาร์มกบ และกำลังศึกษาข้อมูลการเลี้ยง
สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเลี้ยงกบ
- ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน
- มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด
- มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน
พันธุ์กบ
พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด
รูปแบบการเลี้ยง
- การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
- การเลี้ยงในบ่อดิน
- การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง)
ระยะเวลาในการเลี้ยง
- ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม
รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต
- การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด
- การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ
- การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ
สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ
- ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล
- อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง
- เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
- ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน
- อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ
- สะดวกในการจับ
วิธีการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์
เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ ควบคุมโรค รวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ
บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน เช่น บ่อสำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์ และแม่พัยธุ์ ซึ่งจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยทั่วไปแล้วบ่อกบจะเป็นบ่ออเนกประสงค์ คือ ใช้สำหรับผสมพันธุ์ อนุบาลลูกอ๊อด อนุบาลลูกกบ และเลี้ยงกบขุนหรือกบเนื้อในบ่อเดียวกัน แต่ต้องมีจำนวนบ่อหลายบ่อเพื่อให้กบอาศัยเมื่อกบมีขนาดใหญ่ขึ้น
บ่อซีเมนต์ มีหลายรูปแบบ เช่น ปูกระเบื้อง ซึ่งทำความสะอาดง่ายหรือทาสีบ่อให้กบมีสีเหลือง ทั้งนี้ สีของกบจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่อยู่
ขนาดบ่อที่ใช้สำหรับผสมพันธุ์กบจนถึงใช้เลี้ยงเป็นกบขุน มีหลายขนาด เช่น 3×4 , 3.2×4, 3.5×4, 4.5×4 4×6 เมตร สูง 1.2 เมตร เป็นต้น แต่ขนาดบ่อที่ง่ายต่อการจัดการคือ 3×4 เมตร
บ่อเลี้ยงจะมีการเทคานก่อนและใช้อิฐบล็อค 5 ก้อน ก่อเป็นผนัง มีประตูไม้ยกขึ้นลงเป็นทางเข้าออกบ่อ พื้นบ่มีการเทปูนหนาพอสมควรเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ด้านในของบ่อทั้ง 4 ด้าน จะฉาบผิวสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จากพื้นบ่อเพื่อป้องกันน้ำซึมและกบเป็นแผลจากการกระโดด
บ่อที่จะใช้ผสมพันธุ์ และอนุบาลลูกอ๊อดด้วยนั้น มักจะสร้างโดยมีเกาะตรงกลาง ซึ่งสูงประมาณ 1 คืบ และมีน้ำล้อมรอบด้านข้างทั้ง 4 ด้าน พื้นบ่อในส่วนที่มีน้ำล้อมรอบจะลาดเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสะดวกในการถ่ายเทน้ำ มีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยมีท่อพลาสติกสวมตรงรูระบายน้ำหรือมีตะแกรงครอบตรงรูระบายน้ำ มีการฝังท่อจากรูระบายน้ำไปยังด้านข้างของบ่อ เพื่อระบายน้ำทิ้ง และนำท่อพลาสติกงอมาสวมท่อที่ยื่นออกมา แล้วใช้ท่อพลาสติกตรงมีต่ออีกครั้งหนึ่ง
บางพื้นที่บ่อกบที่ใช้ผสมพันธุ์ อนุบาล หรือเลี้ยงเป็นกบขุน พื้นที่บ่อจะเรียบและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง มีการปูกระเบื้องและท่อระบายน้ำจะอยู่ตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยที่ลูกอ๊อดหางหดจะลดน้ำลงและหาวัสดุที่ให้ลูกอ๊อดขึ้นไปอยู่ เช่นโฟม แผ่นพลาสติก ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว เป็นต้น หรืออาจจะช้อนคัดลูกกบที่ขึ้นแพ แล้วไปเลี้ยงในบ่ออื่นที่เตรียมไว้สำหรับอนุบาลลูกกบเพื่อให้ได้กบที่มีอายุใกล้เคียงกัน
บ่อกบ ควรตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีประโยชน์คือ สามารถเลี้ยงกบได้ตั้งแต่ผสมพันธุ์จนถึงอนุบาลลูกอ๊อด ตลอดจนเป็นกบเนื้อ หากสร้างบ่อในที่ร่ม กบจะไม่สามารถฟักไข่หรือเลี้ยงลูกอ๊อดได้เนื่องจากในช่วงนั้นกบต้องการอุณหภูมิสูง นอกจากนี้แล้วจะทำให้กับกินอาหารได้ดี แข็งแรง โอกาสการเกิดโรคน้อย
มีการเดินท่อพีวีซี ไปยังบ่อทุกบ่อเพื่อเติมน้ำในขณะที่เปลี่ยนน้ำออกจากบ่อ
ต้องมีแสลนทำเป็นหลังคาเพื่อกรองแสงแดด โดยทั่วไปจะใช้สีเขียว นอกจากนี้อาจมีตาข่ายเพื่อป้องกันนก ศัตรูที่จะเข้ามากินกบ
น้ำสำหรับการเลี้ยงกบ
- ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความเป็นกรดด่างของน้ำ ความกระด้าง อัลคาไลนิตี้ ปริมาณแอมโมเนีย แร่ธาตุในน้ำ ฯลฯ ว่าเหมาะสมหรือไม่
- หากน้ำที่ใช้เป็นกรด จะต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับคุณภาพน้ำและตรวจวัดความเป็นกรดด่างของน้ำอีกครั้ง และมีการพักน้ำดังกล่าวไว้ก่อนนำมาเลี้ยง
- น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะซึ่งคุณภาพของน้ำมักจะไม่สม่ำเสมอหรือมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ดังนั้นควรพิจารณาก่อนนำน้ำมาใช้ ถ้าจะนำมาใช้ควรมีบ่อพักกักเก็บน้ำไว้ก่อน
- หากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลควรผ่านการกรองและพักน้ำก่อนนำไปใช้
ลักษณะกบตัวผู้และตัวเมีย
- กบตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีถุงสีดำใต้คาง สีสันบนตัวจะเหลืองกว่าตัวเมีย ตัวเมียที่ไข่แก่ท้องจะโป่งนูนชัดเจน
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
- ควรเป็นกบที่มีตัวเหลือง ท้องขาว ตัวใหญ่่
- คัดจากกบขุนหรือฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ
- พ่อและแม่พันธุ์กบไม่ควรมาจากแหล่งเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาเลือดชิดซึ่งลูกกบจะไม่แข็งแรง และแตกไซส์
ลักษณะพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์
- แม่พันธุ์อายุ 8 เดือนขึ้นไปก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่ถ้าให้ไข่เจริญเต็มที่สมบูรณ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 300 กรัมขึ้นไป
- พ่อพันธุ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป น้ำหนัก 200-250 กรัมขึ้นไป จะต้องคึก ดูได้จากเมื่อสอดนิ้วมือเข้าระหว่างขาหน้าสองข้าง พ่อพันธุ์จะรัดแน่น
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


















